10 วิธีล้างผักผลไม้ให้สะอาด

10 วิธีล้างผักผลไม้ให้สะอาด

     สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ ในบทความนี้เราอยากจะชวนเพื่อน ๆ มาล้างผักผลไม้ให้สะอาด และปลอดภัยจากสารเคมีกันค่ะ ซึ่งเราต้องยอมรับเลยว่าผักผลไม้ที่เราไม่ได้ปลูกเองนั่น อาจจะมีสารพิษจากยาป้องกันและกำจัดศัตรูพืชตกค้างอยู่ รวมไปถึงเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส และสารโลหะหนักอื่น ๆ ที่ปะปนมากับผักผลและไม้ก็เป็นได้นะคะ เราเลยอยากจะมาแชร์ 10 วิธีล้างผักผลไม้ให้สะอาด เพื่อช่วยลดปริมาณสารตกค้างในผักผลไม้ให้ลดน้อยลง ไปดูกันเลยดีกว่าว่า มีวิธีไหนกันบ้าง

10 วิธีล้างผักผลไม้ให้สะอาด

    10 วิธีการล้างผักผลไม้ให้สะอาด ก่อนนำมารับประทานนั้น เป็นวิธีที่จะช่วยลดปริมาณของสารพิษที่ตกค้างในผักผลไม้ให้ปริมาณสารพิษลดลงให้เหลือน้อยที่สุด และเรามีวิธีในการล้างผักผลไม้หลากหลายวิธีมาแชร์ต่อ ดังนี้

10 วิธีล้างผักผลไม้ให้สะอาด  ล้างผัก
19457664 – necessary vegetables washing in flowing water before meal

    วิธีที่ 1 การแช่น้ำ

     การล้างผักผลไม้ด้วยการแช่น้ำ จะเริ่มด้วยการล้างผักรอบแรกให้สะอาดเสียก่อน หลังจากนั้นเด็ดผักออกเป็นใบ ๆ แล้วนำมาแช่ในอ่างน้ำที่เตรียมไว้ประมาณ 15 นาที ซึ่งวิธีนี้จะช่วยลดสารพิษจากฆ่ายาแมลงได้ประมาณ 7 – 33% ค่ะ

     วิธีที่ 2 ล้างผักโดยให้น้ำไหลผ่าน

     การล้างผักผลไม้โดยให้น้ำไหลผ่าน เริ่มจากเด็ดผักออกเป็นใบ ๆ นำมาใส่ในตะกร้าหรือตะแกรงโปร่ง แล้วเปิดน้ำให้แรงพอประมาณ ระหว่างล้างให้ใช้มือช่วยคลี่ใบผักและถูไปมาบนผิวใบของผักผลไม้ไปด้วยประมาณ 2 นาที วิธีนี้จะช่วยลดสารพิษจากยาฆ่าแมลงได้ประมาณ 25 – 63% ค่ะ

     หมายเหตุ: วิธีนี้เป็นวิธีที่นิยมและได้ผลดีมากวิธีหนึ่ง แต่จะมีข้อเสีย คือ ใช้เวลานานในการล้างและต้องใช้น้ำสะอาดปริมาณมาก

     วิธีที่ 3 น้ำส้มสายชู (Vinegar)

     การล้างผักผลไม้ด้วยน้ำส้มสายชู วิธีนี้ให้เตรียมน้ำสายชูที่มีกรดน้ำส้มความเข้มข้น 5% ของกรดน้ำส้ม นำมาผสมกับน้ำในอัตราส่วน 1 : 10 ส่วน แล้วจึงนำผักมาแช่ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีกรอบหนึ่ง จะช่วยลดสารพิษจากยาฆ่าแมลงได้ประมาณ 60 – 84%

     หมายเหตุ: การใช้วิธีนี้ล้างผัก ภาชนะที่ใส่ผักล้างไม่ควรเป็นพลาสติก เพราะน้ำส้มสายชูอาจจะกัดกร่อนพลาสติกได้ และการล้างผักด้วยวิธีนี้อาจทำให้ผักบางชนิดมีกลิ่นของน้ำส้มสายชูติดมาได้ด้วย เช่น ผักกาดขาว ผักกาดเขียว อาจมีการดูดรสเปรี้ยวจากน้ำส้มสายชู และทำให้ผักมีรสชาติเปลี่ยนไป

     วิธีที่ 4 น้ำปูนใส (ทำมาจากปูนแดงหรือปูนขาวที่กินกับหมาก)

     การล้างผักผลไม้ด้วยน้ำปูนใส โดยเตรียมน้ำปูนใสอิ่มตัวที่ผสมกับน้ำเท่าตัว แล้วนำมาผักมาแช่ในน้ำปูนใสประมาณ 10 นาที หลังจากนั้นให้ล้างออกด้วยสะอาดอีกครั้งหนึ่ง วิธีนี้จะช่วยลดปริมาณของสารพิษตกค้างได้ประมาณ 34 – 52%

     วิธีที่ 5 ลวกผักหรือต้มผัก

     การทำความสะอาดผักผลไม้ด้วยการลวกผักหรือต้มผักนั้นก่อนจะนำมาลวกให้นำผักมาล้างให้สะอาดเสียก่อน แล้วจึงนำมาลวกหรือต้ม โดยการลวกผักด้วยน้ำร้อนจะช่วยลดสารพิษได้ 50% และการต้มผักจะช่วยลดสารพิษได้ประมาณ 50% เช่นกัน แต่การต้มผักจะมีสารพิษที่ตกค้างอยู่ในน้ำแกงได้ จึงควรทิ้งน้ำที่ต้มครั้งแรกเสียก่อน แล้วจึงค่อยนำไปประกอบอาหารหรือรับประทาน

     หมายเหตุ: วิธีนี้เป็นอีกวิธีที่ดีและปลอดภัย แต่จะทำให้ผักและผลไม้สูญเสียคุณค่าทางอาหารไปกับน้ำและความร้อน เช่น วิตามินบี1 วิตามินบี3 หรือวิตามินซีได้ค่ะ

10 วิธีล้างผักผลไม้ให้สะอาด ผัก

     วิธีที่ 6 เบกกิ้งโซดา หรือ โซเดียมไบคาร์บอเนต (Sodium bicarbonate)

     การล้างผักผลไม้ด้วยเบกกิ้งโซดา (Baking Soda) วิธีนี้สามารถนำมาใช้ล้างสารพิษจากผักและผลไม้ด้วยการใช้โซเดียมไบคาร์บอเนต 1/2 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำ 10 ลิตร แล้วนำผักหรือผลไม้มาแช่ไว้ประมาณ 15 นาที หลังจากนั้นค่อยล้างออกด้วยน้ำเปล่า 2 ครั้ง วิธีนี้จะช่วยลดสารพิษได้มากถึง 90 – 95% เลยทีเดียว

     หมายเหตุ: เบกกิ้งโซดาจะมีส่วนผสมของโซเดียมอยู่ และอาจจะดูดซึมเข้าสู่ผักและผลไม้ที่นำไปแช่ได้นะคะ  เมื่อแช่ครบเวลาแล้ว ควรล้างน้ำเปล่าให้สะอาด เพราะหากได้รับเบกกิ้งโซดาในปริมาณมากเกินไปอาจทำให้ท้องเสียได้ค่ะ

     วิธีที่ 7 ผงฟู (Baking Powder)

     การล้างผักผลไม้ด้วยผงฟู โดยใช้ผงฟู 1/2 ช้อนโต๊ะ นำมาผสมกับน้ำอุ่นหรือน้ำธรรมดา 10 ลิตร แล้วนำผักหรือผลไม้มาแช่ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วค่อยล้างออกด้วยสะอาดอีกครั้งหนึ่ง วิธีนี้สามารถช่วยลดปริมาณของสารพิษจากยาฆ่าแมลงได้มากกว่า 90% และเป็นวิธีที่ปลอดภัยไม่เป็นอันตราย เพราะผงฟูสามารถกินได้ค่ะ

     วิธีที่ 8 น้ำซาวข้าว

     การล้างผักผลไม้ด้วยน้ำซาวข้าว โดยให้นำผักหรือผลไม้มาแช่ด้วยซาวข้าวประมาณ 10 นาที หลังจากนั้นให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง และวิธีนี้จะช่วยลดปริมาณของสารพิษตกค้างได้ 29 – 38%

     วิธีที่ 9 น้ำยาล้างผัก

     การล้างผักผลไม้ด้วยน้ำยาล้างผัก สามารถใช้นำยาล้างผักที่มีจำหน่ายโดยทั่วไปเลยค่ะ แต่ให้เลือกใช้น้ำยาล้างผักที่มีความเข้มข้นประมาณ 0.3% แล้วนำมาผสมในน้ำ 4 ลิตร จากนั้นนำผักหรือผลไม้มาแช่ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที ซึ่งวิธีนี้จะช่วยลดปริมาณของสารพิษจากยาฆ่าแมลงได้ประมาณ 25 – 70 %

          หมายเหตุ: การเลือกใช้น้ำยาล้างผักจะต้องดูให้ดีนะคะว่าน้ำยาล้างผักมีส่วนประกอบอะไรบ้าง และต้องใช้ความระมัดระวัง เพราะบางครั้งในน้ำยาล้างผักอาจจะแทรกซึมเข้าไปในผัก และอาจเป็นอันตรายกับเราได้

     วิธีที่ 10 น้ำยาล้างจานหรือน้ำยาล้างขวดนม

     การล้างผลไม้โดยใช้น้ำยาล้างจานหรือน้ำยาล้างขวดนม โดยใช้น้ำยาล้างจานหรือน้ำยาล้างขวดนมกับฟองน้ำถูเบา ๆ จะช่วยลดโอกาสการติดเชื้อที่อยู่บริเวณผิวของผลไม้ได้ และการล้างไข่ ก่อนทำอาหารก็สามารถใช้วิธีนี้ได้เช่นกันนะคะ โดยวิธีนี้จะช่วยลดการปนเปื้อนของเชื้อได้มากกว่า 95% ค่ะ อย่างไรก็ตาม ต้องล้างผักให้สะอาด หลังจากล้างด้วยน้ำยาล้างจาน หรือน้ำยาล้างขวดนมด้วยนะคะ

     และนี่คือ 10 วิธีในการล้างผักผลไม้ให้สะอาด ที่เรานำมาฝากเพื่อน ๆ ค่ะ การล้างผักผลไม้ให้สะอาด ก็เพื่อให้เราเกิดความมั่นใจในการรับประทานผักผลไม้อย่างปลอดภัย ก่อนนำไปรับประทาน หรือปรุงอาหาร ต้องนำมาล้างให้สะอาดเสียก่อน ซึ่งเพื่อน ๆ จะเลือกวิธีไหนก็ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ความสะดวกของแต่ละคน รวมไปถึงชนิด และปริมาณของผักไม้ และเวลาที่มีอยู่ของแต่ละคนนะคะ และที่สำคัญเลย เพื่อน ๆ ควรรับประทานผักและผลไม้ให้หลากหลายชนิด ไม่ควรรับประทานแบบซ้ำ ๆ เดิม ๆ เพื่อให้ร่างกายของเราได้รับสารอาหารที่หลากหลายและครบถ้วนนะคะ

และขอเอาใจคนที่ชอบเล่น เกมสล็อต กับบทความ เปิดเคล็ดลับการปั่นเกม Slotxo เล่นง่าย ได้เงินเร็ว ที่จะมาบอกต่อเคล็ดลับในการปั่น slotxo และหลักการทำงานของเกม slotxo อีกด้วยค่ะ

เท่านั้นยังไม่พอ เรายังมีบทความ พาไปรู้จัก 5 ปัจจัยที่มีผลต่อการเล่นเกม pg slot ให้ชนะ ที่จะบอก 5 ปัจจัย ที่มีผลต่อการเล่นเกม pg slot แถมเพิ่มโอกาสในการชนะเกม pg slot ให้เพื่อน ๆ เอาไปปรับใช้ในการเล่นเกม และทำเงินให้เพื่อน ๆ ได้อย่างแน่นอนค่ะ